ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือระหว่างวารสารสื่อชุมชน และวิชาการดอทคอม www.pttplc.com


9

          เพื่อให้ก๊าซธรรมชาติไปสู่มือผู้บริโภคได้อย่างปลอดภัยและเกิดการสูญเสียน้อยที่สุด การขนส่งก๊าซธรรมชาติในสถานะของก๊าซจึงเหมาะสมที่จะใช้กระบวนการ “ขนส่งโดยระบบท่อ” มากที่สุด เนื่องจากเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ที่สำคัญเป็นการแยกออกจากการขนส่งมวลชนโดยเด็ดขาด ระบบท่อส่งก๊าซฯ จึงถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางพลังงานของประเทศ

12

          หากย้อนกลับไป “อดีตถึงปัจจุบันระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของโลก” จะเริ่มจาก “กระบอกไม้ไผ่” ซึ่งเป็นหลักฐานแรกที่ถูกค้นพบว่ามีการนำไปใช้ขนส่งก๊าซธรรมชาติโดยระบบท่อตั้งแต่ 900 ปีก่อนคริสตกาลโดยชาวจีนเป็นผู้คิดค้น

13

          ต่อมา “พ.ศ. 2359” เป็นปีที่สหรัฐอเมริกาได้ค้นพบก๊าซธรรมชาติเป็นครั้งแรก ซึ่งมีการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงให้แสงสว่างบนถนนบัลติเตอร์ มลรัฐแมรีแลนด์

11

          และเมื่อมีการค้นพบก๊าซธรรมชาติมากขึ้น จึงมีการวางเครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติอย่างจริงจัง ตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2463 เป็นต้นมา โดยเฉพาะในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้ในปัจจุบันความยาวเครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติรวมกันทั้งโลกมี “มากกว่า 1,000,000 กิโลเมตร” โดยครึ่งหนึ่งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ และอีก 1 ใน 4 อยู่ในยุโรปตะวันตก

10

          สำหรับประเทศไทย “พ.ศ. 2524” เป็นปีแรกที่เริ่มมีการก่อสร้างระบบท่อก๊าซธรรมชาติและเริ่มใช้งานโดยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยในสมัยนั้น รับผิดชอบการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณในอ่าวไทยมายังชายฝั่งที่ จังหวัดระยอง เป็นระยะทางประมาณ 415 กิโลเมตร และวางท่อบนบกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา โรงไฟฟ้าพระนครใต้ จังหวัดสมุทรปราการ และโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ตามแนวท่อ ทำให้ความยาวของระบบส่งก๊าซธรรมชาติมีมากถึง “3,635 กิโลเมตร” เป็นเครือข่ายทั้งประเทศทั้งบนบก และในทะเลของประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อจัดส่งก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นเชื้อเพลิงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ (NGV)

 

Comment

Comment:

Tweet