รักติดล้อ

posted on 27 May 2015 23:44 by kevonillingworth

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม โดย วารสาร สื่อพลัง http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx


61969_10151308821480406_1568238130_n             เมื่อตอนที่ นนลนีย์ อึ้งวิวัฒน์กุล คิดก่อการใช้จักรยานในการสัญจรไปไหนมาไหนแทนการใช้พาหนะอื่นๆ หลายคนตั้งคำถามว่าเธอบ้าหรือเปล่า

             แต่ความรักและความรู้สึกดีๆที่ประทับอยู่ในใจตั้งแต่เด็ก ยามโลดแล่นด้วยพาหนะสองล้อไม่ทำให้ท้อถอย มิหนำซ้ำตลอดเวลาที่ผ่านมา นนลนีย์ ยังก่อการใหญ่อีกหลายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับจักรยาน ซึ่งล้วนจุดประกายการเปลี่ยนแปลงและสร้างความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจให้เกิดขึ้นในสังคม ทั้งการก่อตั้งธุรกิจจัดส่งเอกสารโดยใช้จักรยาน การรณรงค์ให้เปลี่ยนฝาท่อระบายน้ำทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งคนทั่วไปนึกไม่ถึงว่าสร้างปัญหาแก่นักปั่นขนาดไหน กระทั่งเปิด Café Velo Dome ร้านกาแฟที่เป็นจุดนัดพบของคนตกหลุมรักจักรยาน และนักดื่ม (กาแฟ) ทั่วไป

             6 ที่ผ่านมา นนลนีย์ยังคงมีจักรยานอยู่ในความคิดและชีวิตเกือบตลอดเวลา ไปไหนไปกันแม้แต่ไปงานแต่งงานของเพื่อนก็ยังแต่งชุดออกงานเต็มยศปั่นจักรยานไปและคิดถึงขนาดที่ว่าอยากให้มีกระทรวงจักรยานขึ้นในเมืองไทย!

             อะไรเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักปั่นคนนี้รักจักรยานอย่างไม่อาจถอนใจได้ สื่อพลังฉบับนี้จะพาไปพิสูจน์

ในฐานะของคนจักรยาน คิดว่า Status หรือสถานะของการใช้จักรยานในบ้านเราเป็นอย่างไร              เทียบกับวันที่เริ่มใช้จักรยานเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เห็นความคืบหน้าขึ้นมาก การยอมรับจักรยานเพิ่มมากขึ้น หลายสำนักงานทำที่จอด ที่อาบน้ำให้พนักงานมากขึ้น รถยนต์ก็เริ่มสังเกตเห็นจักรยานบนถนน อาจเป็นเพราะคนทำงานปั่นกันมากขึ้น เขาอาจรู้สึกว่าเหมือนเพื่อนเราเองก็รับความรู้สึกนั้นได้ หลายคนรู้ว่ามันไม่ได้เป็นความบ้า แต่เป็นทางออกที่จะไม่ต้องติดบนรถ หรือใช้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น เพราะนั่งบนรถเครียดทั้งค่าใช้จ่าย ทั้งน้ำมันที่ผลาญไปตลอดเวลาที่รถติด พอปั่นจักรยาน เราได้ความสุนกกลับมาด้วย ไม่จำเป็นต้องใช้ถนนใหญ่อย่างเดียว เข้าซอยเล็กๆได้ ตอนรถติดก็แวะกินอะไรก่อนแล้วค่อยกลับก็ได้

images (6)

ด้วยเส้นทางที่ต้องใช้ร่วมกับรถยนต์ ทำให้การปั่นจักรยานอันตรายหรือไม่              ตอนที่ใช้ครั้งแรกรู้สึกอันตรายเพราะรถมาก แต่เมื่อใช้ไปจนรู้วิธีการเราจะรู้ว่าต้องไปอย่างไร รู้จังหวะว่าตอนไหนควรจะแซง เช่น ถ้าเรามาถึงพร้อมกับรถเมล์ซึ่งต้องจอดรับคนก่อนเราก็ออกขวาไป เวลาปั่นบนถนนต้องดู เช่นวิภารังสิตเราควรอยู่ตรงไหล่ทาง เพราะส่วนใหญ่รถยนต์จะใช้เลนสองขึ้นไป หรือเราต้องปั่นได้นิ่ง ตัวนิ่งตรง ถ้าปั่นไม่นิ่ง รถยนต์ไม่รู้ว่าเราจะไปทางซ้ายหรือขวา เวลาเขาจะแซงจะกะจังหวะไม่ถูก ช่วงปากซอยหรือทางแยกมักจะมีรถออกมา เราต้องชะลอนิดหนึ่งจะเบรกทัน หรือบางครั้งไม่ต้องใช้ถนนก็ได้ ถ้าสำรวจเส้นทางจะพบซอยในชุมชนที่ทะลุผ่านไปอีกถนนหนึ่ง และจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ไปบุกเบิกชุมชนใหม่ๆ บางทีได้เจอเจ้าถิ่นปั่นจักรยานสวนมาก็คุยกันทั้งที่ไม่รู้จักกันเลย

ทำไมบรรยากาศแบบนั้นจึงเกิดขึ้นได้              แปลกเหมือนกัน เวลาเราเดิน เราก็เปิดโลกเหมือนกัน แต่เราไม่กล้าเข้าไปทักอีกคน หรือขับรถเราก็ไม่เปิดกระจกทักอีกคนที่อยู่ในรถอีกคัน แต่จักรยานเป็นอะไรที่พิเศษมาก เราไม่รู้จักแต่เราทักทาย แค่มีจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นจักรยานประเภทไหน ปั่นไปไหนก็ได้เพื่อนตลอด หลายครั้งที่เดินเข้าไปในชุมชน สักพักจะมีคนเข้ามาถามแล้วว่าเข้ามาทำอะไร มาหาใครแต่พอปั่นจักรยานจะเป็นอีกแบบหนึ่งเลย เราจะเหมือนเป็นนักท่องเที่ยว พอเข้าไปทักทายและบอกขอปั่นเที่ยวชุมชนหน่อยนะคะ ที่คุณป้าอยู่นี่น่ารักจังเลย เขาก็จะเริ่มคุยเริ่มเล่ารายละเอียดความเป็นมาของชุมชน เป็นเสน่ห์ที่อธิบายยากมากแต่ใช้ได้ทุกที่

             จักรยานมีเสน่ห์ด้วยตัวของมันเอง เหมือนนกที่มีปีก แค่มีทางไปได้หมด สร้างมิตรภาพให้เราได้ด้วย พอปั่นจักรยานแล้วเราจะรู้สึกใส่ใจกับหลายๆ อย่าง

13533108741353311387l

จากชอบขี่จักรยาน ถึงวันนี้มีการต่อยอดมาเป็นธุรกิจ ได้มุมมองอะไรบ้าง              เชื่อไหมว่า สิ่งที่ทำทั้งหมดไม่ใช่จะสร้างธุรกิจ แต่อยากให้สังคมยอมรับ ตอนที่ทำเรื่องจักรยานจัดส่งเอกสารเพราะตอนเย็นเลิกงาน เราชวนเพื่อนไปปั่นจักรยานเล่น แล้วหลายคนถูกที่บ้านต่อว่าว่าเอาเวลาว่างไปทำอย่างอื่นหรือหาเงินไม่ดีกว่าหรือ มาปั่นจักรยานอะไรไร้สาระ คือคนจะมองข้ามเรื่องสุขภาพที่ได้รับ และเวลานั้นไม่มีสื่อไหนสนใจจักรยาน รถไม่เห็นเราอยู่บนถนน คนไม่เห็นเราอยู่ในสายตา สิ่งที่ทำก็คือต้องการให้สื่อหันมาสนใจ และอยากให้คนยอมรับว่าไม่ใช่มีแค่จักรยานขายลอตเตอรี่ หรือปลาหมึกปิ้งเท่านั้น เราอยากให้เห็นว่าจักรยานสามารถหาเงินได้เท่ากับคนทำงานบริษัทเหมือนกัน ก็หาข้อมูลตั้งแต่ส่งปิ่นโตที่อินเดีย แมสเซนเจอร์ที่ญี่ปุ่น จนมาคิดว่าซ้อมปั่นให้รู้จักทางมากๆ ปั่นให้คล่องๆ แล้วลองเริ่มต้นทำอะไรแบบนี้ดูกับพี่ๆ ในกลุ่ม กระทั่งลองเขียนโครงการส่งเข้าประกวดว่าเป็นแนวคิดใหม่ของธุรกิจเพื่อสังคม

             ส่วนที่ตั้งใจทำร้าน Café Velo Dome ก็ไม่เคยคิดว่าจะทำร้านกาแฟ เพราะไม่รู้เรื่องกาแฟ แต่สิ่งที่อยากทำให้เกิดขึ้นคือ เราอยากทำร้านกาแฟ หรือร้านอะไรก็ได้ที่เอื้อต่อคนปั่นจักรยานต่างประเทศมีแล้ว แต่ยังไม่มีในเมืองไทยไม่มีใครทำ เพราะถ้ามองในเรื่องธุรกิจไม่คุ้มแน่นอน กลุ่มจักรยานยังเล็กมากถ้าเทียบกับกลุ่มอื่นๆ แต่เราอยากลองทำสิ่งที่คิดว่าต้องเป็นแบบนี้ พอเปิดร้านก็มีสื่อมาสัมภาษณ์ทำให้มีนักลงทุนอยากจะทำบ้าง เขาถามว่าต้องมีอะไรได้บ้างโดยไม่ต้องมาลอกเลียนเรา จะทำซูเปอร์มาร์เก็ตโดยเอารถเข็นต่อกับจักรยานให้คนปั่นซื้อของก็ได้ ทำร้านก๋วยเตี๋ยวหรือร้านอะไรก็ได้ที่เอื้อต่อการใช้จักรยาน หรือเปิดอู่แท็กซี่ที่รับขนจักรยานก็ได้ จักรยานเชื่อมโยงกับทุกสิ่ง

ข้อจำกัดของคนขี่จักรยานคืออะไร660039-topic-ix-0              ที่เมืองไทยถ้าคนปั่นไม่เป็นก็จะอยากได้เลนจักรยานเพราะถนนน่ากลัวแต่คนปั่นเป็นแล้วจะบอกว่าอยากมีที่จอดจักรยานที่ปลอดภัย เพราะหลายครั้งต้องไปจอดที่ไกลๆ แล้วไม่มีใครดูแลให้แล้วจักรยานหาย บางคนบ่นว่าร้อน แต่ถ้ามีใจรัก เราก็จะหาวิธีการแก้ปัญหาจุดนั้นได้ ผู้หญิงก็อาจจะติดปัญหาหลายเรื่อง แนะนำว่าบางครั้งไม่จำเป็นต้องปั่นตลอดทางก็ได้ใช้ BTS ร่วมด้วย คนบ้านไกลมากๆ ถ้าที่ทำงานมีที่รองรับเช่นที่อาบน้ำก็จะดี แต่โดยส่วนตัวไม่มีปัญหา วันก่อนยังปั่นไปงานแต่งงาน แต่งตัวเต็มที่ ขอเอาจักรยานเข้างาน ถ่ายรูปกับเจ้าบ่าวเข้าสาวต้องมีจักรยานด้วย

             สิ่งที่เราอยากได้อีกอย่างคือ การยอมรับ เมื่อเกิดการยอมรับก็จะมีการทำอะไรให้จักรยานบ้าง เราเรียกร้องเพื่อนคนรุ่นต่อไปมากกว่า เมืองที่น่าปั่นจักรยานจะน่าอยู่กว่า หลายครั้งเราอยากไปประเทศต่างๆ ไม่อยากอยู่กรุงเทพฯ เพราะร้อน ฝุ่น พอเราไปสิงคโปร์เราจะรู้สึกเหมือนเข้าไปในสวนตั้งแต่ลงเครื่องบิน ร่มรื่นมาก ทำไมเราไม่ทำบ้านที่เราอยู่ให้น่าอยู่ น่าปั่นบ้าง นี่คือสิ่งที่คิด และลองดูว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อบอกรุ่นต่อๆไปได้ว่าเราทำเต็มที่แล้ว

คิดว่าภาครัฐจะมีส่วนสร้างแรงจูงใจอย่างไรเพื่อให้ประชาชนใช้จักรยานมากขึ้น              อยากให้ภาครัฐทำอะไรหลายอย่าง เช่น ถ้าสร้างหรือปรับปรุงถนนใหม่ ก็อยากให้ทำเลนจักรยานด้วย หรือ ทำเลนที่น่าปั่นและปลอดภัย ไม่ใช่ตีเส้นเฉยๆ ลองกับถนนเส้นใหญ่ที่มีหลายเลนก่อนก็ได้ หรือถ้าเป็นต่างประเทศเวลาเกิดอุบัติเหตุ เขาจะให้จักรยานถูกเสมอ และเคยคิดเล่นๆว่าอยากมีกระทรวงจักรยาน เพราะจะได้มีคนคิดทำอะไรเกี่ยวกับจักรยานมากกว่ามากกว่าแค่เรื่องจักรยานเฉยๆ อย่างที่อัมสเตอร์ดัมจะมีหน่วยงานที่ทำเรื่องจักรยาน แม้แต่ถังขยะเขาก็จะออกแบบโดยเอียงองศานิดหนึ่งให้คนปั่นทิ้งสะดวก หรือตามแยกต่างๆ มีที่จับจักรยานจะได้ไม่ต้องเอาขาลงแตะพื้น ออกตัวแล้วไปได้เลย ถ้ามีกระทรวงจักรยานที่คอยออกแบบหรือคิดและทำเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับจักรยาน กรุงเทพฯจะเป็นยิ่งกว่าเมืองจักรยาน แต่คือสวรรค์ของนักปั่นและจะเป็นไปได้ก็คือเมื่อคนที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการวางนโยบายมาลองปั่นด้วยตัวเอง ฉะนั้น ใครอยากปั่นเราจะพาปั่น ถ้าลองใช้จักรยานแล้วติดใจ วันหนึ่งเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่เขาอาจจะคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็ได้ เราไม่รู้ว่าเขาจะเป็นใคร เขาอาจเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย วันหนึ่งเรียนจบไปทำงานเขาอาจจะทำให้ที่ทำงานของเขามีที่จอดจักรยาน มีห้องอาบน้ำก็ได้

images (1)

             จักรยานมีเสน่ห์ด้วยตัวของมันเองเหมือนนกที่มีปีก แค่มีทางไปได้หมดสร้างมิตรภาพให้เราได้ด้วย ความที่เมืองไม่น่าอยู่ด้วยหลายๆเรื่อง แต่พอมีจักรยานแล้วรู้สึกว่าน่าอยู่ขึ้น เพราะพอปั่นจักรยานแล้วเราจะรู้สึกใส่ใจกับหลายๆอย่าง เช่น อย่าตัดจ้นไม้เลยมันร่มเย็นมาก ซึ่งคนขับรถยนต์จะไม่เข้าใจอารมณ์นี้ บอกฉันต้องการแค่ถนนโล่งๆ ให้รถผ่านได้ ตองตัดต้นไม้เพราะมันจะหักทับหรือรถแล่นไปชน ถ้าปั่นจักรยานคุณจะเข้าใจว่าตัดต้นไม้หนึ่งต้นเหมือนกับเสียแอร์คอนดิชั่นไป 1 เครื่อง การที่เราอยู่ใต้ต้นไม้เหมือนอยู่ห้องแอร์เลย ปั่นมาร้อนๆ ยืนอยู่ใต้ต้นไม้จะสดชื่นมาก ถ้าได้เปิดประตูสู่จักรยานคุณจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น จะแคร์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ชุมชนรอบข้าง ไม่ใช่ขับรถไปซื้อของที่ห้าง แต่ไปชุมชนนี้ไปอุดหนุนร้านนี้ดีกว่า

             ความคิดที่ไม่เล็กเช่นนี้จะช่วยต่ออายุ ยึดเวลาความรื่นรมย์ให้กับโลกของเรา และเป็นความคิดที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์เพื่อโลกในวันนี้และอนาคต

Comment

Comment:

Tweet